probiotic

 

โปรไบโอติกส์  มีความหมายว่า   “เพื่อชีวิต” เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ดี  ยกตัวอย่างเช่น  แลตโตบาซิลลัส  (Lactabacillus)  และไบฟิโดแบคทีเรีย  (Bifidobacterium)

หน้าที่ของโปรไบโอติกส์  จะเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร  โดยเฉพาะบริเวณปลายลำไส้ใหญ่  โดยจะช่วยรักษาความสมดุลระหว่างแบคทีเรียดีและแบคทีเรียไม่ดี  และยังช่วยขับของเสียออกจากลำไส้  ถ้าเรามีแบคทีเรียไม่ดีจำนวนมาก  ร่างกายของเราจะเริ่มมีกรดและของเสียในลำไส้มากขึ้น  ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ได้  โดยเฉพาะในกรณีที่เราต้องกินยาปฏิชีวนะ  ยาจะเข้าไปฆ่าแบคทีเรียที่ดี  รวมทั้งโรคต่างๆ ด้วย  ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเลือกรับประทานอาหารโปรไบโอติกส์  เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้หลังจากกินยาปฏิชีวนะเข้าไป

อา หารโปรไบโอติกส์  เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการหมักดอง  ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ดี  ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะเมื่อเรารับประทานเป็นประจำในปริมาณที่ มากพอ  ในยุโรป และเอเชีย  ล้วนต่างมีอาหารโปรไบโอติกส์  ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติมาเป็นเวลานานแล้ว  เช่น  คนยุโรปมักนิยมบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของ

โปรไบโอติกส์  เช่น  ชีส  โยเกิร์ต  และผักดอง  (เช่น  เซาเออร์เคราท์ของเยอรมนี)  อาหารโปรไบโอติกส์ในอเมริกาก็คล้ายกันกับยุโรป  ผู้คนบางส่วนจึงนิยมเลือกทานโปรไบโอติกส์ที่ทำเป็นแคปซูลสำเร็จ  เพราะสะดวกต่อการบริโภคและพกพา  สามารถหาซื้อได้ตามร้านขสยของเพื่อสุขภาพในเอเชียของเรา  อย่างเกาหลีจะมีกิมจิเป็นอาหารประจำชาติมานานหลายร้อยปี  ส่วนญี่ปุ่นกับจีนจะมีอาหารหมักหลายสไตล์  เช่น  ผักเกี้ยมไฉ่  เต้าเจี้ยว  สำหรับในบ้านเรา  อาหารโปรไบโอติกส์ที่เป็นที่นิยมกันมานานแล้ว  เช่น  ข้าวหมัก  ผักดอง  เต้าเจี้ยว  แหนม  ฯลฯ

สรุปประโยชน์ของ โปรไบโอติกส์ มีดังนี้

1. ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ โดยการแย่งที่เกาะหรือแย่งอาหารหรือทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อันเป็นการช่วยลดสารพิษที่เชื้อจุลินทรีย์เหล่านั้นผลิตขึ้น
2. ผลิตสารต้านการเจริญเติบโตและตั้งถิ่นฐานของจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ
3. ผลิตเอนไซม์ที่มีผลในการทำลายสารพิษในอาหาร หรือที่เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโทษผลิตขึ้น
4. กระตุ้นในเกิดภูมิต้านทานต่อโรคของสัตว์
5. ผลิตเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารเพิ่มเติมให้แก่สัตว์

>> สนใจสั่งซื้อ Probiotic ทางเข้าเลยครับ <<

Wrinkle Raiders


ส่วนประกอบ
C-Ester 500mg
Alpha Lipoic Acid 100mg
DMAE 50mg



Ester C
เราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

Alpha Lipoic Acid
หน้าที่ หลักของกรดอัลฟาไลโปอิคคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกลูตาไธโอน ซึ่งมีหน้าที่ขจัดสารพิษในตับ กรดอัลฟาไลโปอิคนั้นดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ง่าย พบได้มากในผักและเนื้อสัตว์ เนื่องจากกรดอัลฟาไลโปอิคสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน สามารถไปเลี้ยงเซลล์ได้ทุกส่วน ความสามารถอันยอดเยี่ยมนี้ทำงานได้เองภายในเซลล์เพื่อช่วยกำจัดสารพิษที่ อยู่ในร่างกาย และยังต่อต้านการอักเสบอันเป็นเหตุให้เกิดสิว ช่วยรักษาการอักเสบไม่ให้สิวนั้นอักเสบลุกลามมากไป

กรด อัลฟาไลโปอิคนั้นทำงานร่วมกับวิตามินบี ซี และอี และสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ เพื่อให้เซลล์ร่างกายทำงานกันอย่างปกติ พึงระลึกไว้ว่าวิตามินเหล่านี้มีหน้าหลักในการต้านแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ ของสิวและช่วยให้การรักษาสิวที่เกิดขึ้นเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น กรดอัลฟาไลโปอิคช่วยให้วิตามินเหล่านี้เกิดขึ้นใหม่ หรือหมุนเวียนกลับมาใหม่ ช่วยให้วิตามินเหล่านี้ทำงานได้มากขึ้น

กรด อัลฟาไลโปอิคทำความสะอาดและทำให้ผิวบริสุทธิ์ โดยการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นจึงสามารถป้องกันการเกิดสิว และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดไปยังประสาท ดังนั้นผิวก็จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการบำรุง ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้น

กรดอัลฟาไลโปอิคช่วยต้านการอักเสบระดับปานกลาง เนื่องจากมีปริมาณของ Sulfur เป็น องค์ประกอบด้วย จึงช่วยลดการบวมและอาการผิวแดงจากสิว กรดอัลฟาไลโปอิคนั้นถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากตัวหนึ่ง เนื่องจากสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน ด้วยเหตุนี้ร่างกายจึงสามารถดูดซึมได้ง่ายและสามารถเลี้ยงไปทั่วร่างกาย

DMAE
เป็นสารตามธรรมชาติช่วยในการสังเคราะห์ Acetylcholine
ร่างกายเราสามารถผลิต DMAE ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปกติถ้าได้รับ DMAE ในปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้สมองทำงานได้ปกติ
ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมการสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆได้อีกด้วย และยังทำให้ผิวกระชับ สดใส ดูดี อย่างเห็นได้ชัด

>>>สนใจสั่งซื้อ Wrinkle Raiders ทางนี้เลย... <<<

Red yeast rice


>>สั่งซื้อ Read Yeast Rice ทางนี้เลยย<<

สารสกัดจากเรดยีสต์ไรซ์ (Red Yeast Rice)
เรดยีสต์ซ์ คือข้าวแดงที่ได้จากการหมักด้วยเชื้อราโมแนสคัส (Monascus Purpureus) ซึ่งได้ใช้มามากกว่าพันปีในประเทศจีนเพื่อใช้ในการเก็บรักษาอาหาร (Food preservative) และใช้เป็นสีอาหาร (Food colorant) ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ไวน์แดง เต้าหู้ยี้ มิโซะ สาเก เป็นต้น ในประเทศจีนได้ใช้เป็นยาสมุนไพรจีนโบราณ ที่ ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น (Improving blood circulation) ช่วยในการบรรเทาการย่อยอาหารที่ไม่ดี และท้องเสีย (For alleviating indigestion and diarrhea) แต่ในปัจจุบัน เรดยีสต์ไรซ์ ได้มีการพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ของจีน และอเมริกาให้ใช้ในการลดไขมันโคเรสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ในหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดต่างๆ ของร่างกาย (Including lower blood lipids, cholesterol and triglycerides)

Cholestin คือเครื่องปรุง ที่ทำมาจากข้าวหมักใน Red Yeast ซึ่งชาวจีนนำมาใส่ในอาหารบางชนิด เช่น เป็ดปักกิ่ง ซี่โครงหมู เพื่อให้มีสีแดง บริษัท Pharmanex ระบุว่า ข้าวมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์สูงอยู่มากมาย และการช่วยลดไขมันในเส้นเลือดก็ประโยชน์ที่สำคัญของข้าวอย่างหนึ่งด้วย

ในการวิจัยล่าสุดพบว่า คนที่มีไขมันในเลือดสูงเมื่อรับประทาน Red Yeast Rice และน้ำมันปลา พร้อมๆ กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการทำเทคนิคผ่อนคลาย จะช่วยลดไขมันร้าย ในเลือดลงได้ร้อยละ 40 หรือเทียบเท่ากับการรับประทานยาลดไขมัน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลงได้


>>สั่งซื้อ Read Yeast Rice ทางนี้เลยย<<


Bee pollen เกสรผึ้ง

posted on 28 Jun 2009 22:39 by vitaminworld  in VitaminWorld
ิำbee pollen

 เกสรผึ้ง (Bee Pollen) คือ  ก้อนเกสร (pollen loads)  
ที่นำมาจากรังผึ้งหรือได้มาจากการใช้กับดักเกสรที่หน้ารังผึ้ง โดยที่ผึ้ง
งานเก็บรวบรวมละอองเกสรหรือเรณู (pollen grain) ที่ปลดปล่อยออกมาจากอับเรณู (anther)
ที่แตกเพราะแก่เต็มที่แล้วของเกสรตัวผู้ (stamen)  ผึ้งเก็บเกสรมาเพื่อเป็นอาหารประเภทโปรตีน
สำหรับประชากรในรังและโดยเฉพาะตัวอ่อน เกสรที่นำมาบ่มในรัง
จนผนังเกสรนุ่มจะถูกนำไปเลี้ยงผึ้งงานตัวอ่อนที่มีอายุมากกว่า 3 วัน
 โดยผึ้งจะบดผสมกับนมผึ้ง (royal jelly)

 >>สนใจสั่งซื้อ Bee Pollen เกสรผึ้ง Clickที่นี้เลย<<

ส่วนประกอบของเกสรผึ้ง

       เกสรผึ้งอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย เช่น

    * วิตามิน 16 ชนิด ได้แก่ วิตามินบีคอมเพล็กซ์, วิตามินเอ, วิตามินซี, วิตามินดี, วิตามินเค
    * กรดอะมิโน 18 ชนิด และมีชนิดที่จำเป็นในการช่วยควบคุมน้ำหนัก
    * เอนไซม์ 18 ชนิด
    * แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซี่ยม, เหล็ก, ทองแดง, ไอโอดีน และสังกะสี ฯลฯ
    * โปรตีน เป็นส่วนใหญ่และโปรตีนนี้มีประโยชน์ต่อผึ้ง และมนุษย์สูงกว่าเนื้อ นม ไข่ ถึง 5 เท่า ในขนาดที่มีน้ำหนักเท่ากัน

คุณค่าของวิตามินบีที่มีอยู่ในเกสรผึ้ง
                 
          ในเกสรผึ้งมีวิตามินอยู่  8 ชนิด  ที่แตกต่างกัน  แต่จะส่งผลได้ดีถ้าหากได้ทำงานประสานกัน    วิตามินบีที่สำคัญมีดังนี้
         1. ไทอามีน (วิตามินบี 1)  เป็นรู้จักกันดีว่า  ไทอามีนได้ชื่อว่าเป็น “วิตามินที่ดีต่อจิตใจ” เนื่องจากมันให้ประโยชน์ต่อ
ระบบประสาทและจิตใจ  ผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจนั้น พบว่าจะมีระดับไทอามีนในกล้ามเนื้อหัวใจต่ำกว่าระดับปกติทั่วไป และผลดีของไท
อามีน คือ ในระหว่างการตั้งครรภ์ ไทอามีนจะช่วยให้ตัวอ่อนภายในครรภ์มารดามีการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์  แก้อาการปวดหลัง
ปวดเอว
         2. ไรโบฟลาวิน (วิตามีนบี 2)  ไรโบฟลาวินมีสีเหลือง  มักจะถูกนำไปใช้ในการตกแต่งอาหาร  มีประโยชน์  คือ เป็น
ตัวสร้างโคเอนไซม์ที่จำเป็นสองตัว (คือ ฟลาวิน ดิโน ลิโอไทด์ และฟลาวิน โมโน นุมลิโอไทต์)  ซึ่งทำหน้าที่ในการแปรเปลี่ยนโปรตีน
ไขมัน  และน้ำตาลให้เป็นวัสดุที่ร่างกายสามารถนำไปใช้  มีความสำคัญต่อสุขภาพของผิวพรรณและเส้นผม  ช่วยในการรักษาอาการ
ลำไส้อักเสบ  ไมเกรน  และกล้ามเนื้อเป็นตะคริว
         3. ไนอาซิน (วิตามินบี 3)  ไนอาซินในเกสรผึ้งมาใน  2 รูปแบบ  คือ ในรูปกรด  (นิโคตรนิก)   และในรูปสารประกอบ
อินทรีย์อะไมด์ คือ นิโคตินาไมด์  บางครั้งไนอาซินถูกเรียกว่า “พีพี”  เพราะมันสามารถป้องกันโรคผิวหนังเป็นจ้ำมีสีม่วง เนื่องจาก
ธาตุนิโคตินิก  โรคที่เกิดจากการขาดไนอาซิน  คือ โรคท้องร่วง  โรคผิวหนังอักเสบ  และโรคสมองพิการ
         4. กรดแพนโตเทนิก (วิตามินบี 5)  กรดนี้มีความสำคัญต่อการผลิตแอนตี้บอดี้ของร่างกาย  ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค
และช่วยรักษาโรคผิวหนัง  ป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัย
         5. ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6)  ไพริดอกซินรู้จักกันในนามของ “วิตามินของสตรี” เนื่องจากมีคุณประโยชน์ต่อสตรีโดย
เฉพาะ  ไพริดอกซินจำเป็นต่ออะดรีนาลินและอินซูลิน คนที่รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 6
มากขึ้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ไข้หวัดใหญ่ ตาแดง
         6. โคบาลามิน (วิตามินบี 12)  ผู้ที่กินอาหารแบบมังสวิรัติ  มักจะขาดแร่ธาตุประเภทวิตามินบี 12 เพราะวิตามินชนิด
นี้มีอยู่ในเนื้อสัตว์  และโดยทั่วไปจะไม่ปรากฏในอาหารประเภทผัก  วิตามินบี 12 เป็นวิตามินชนิดสุดท้ายที่จัดอยู่ในประเภทวิามินที่
ี่แท้จริง  เราเรียกว่า “โคบาลามิน” เพราะว่ามีองค์ประกอบที่เป็นโคบอลล์ที่ถือว่าเป็นธาตุที่สำคัญ เกสรผึ้งจึงเหมาะกับคนที่มี เกสรผึ้ง
จึงเหมาะกับคนที่มีอารมณ์หงุดหงิดง่าย  หรือสะดุ้งผวาเพราะร่างกายจะตอบสนองกับวิตามินบี 12  เป็นอย่างดี บรรเทาอาการเหนื่อย
ล้าของสมอง  และความจำเสื่อม
         7. กรดฟอลิก  กรดฟอลิกมีชื่อเรียกดังกล่าวเนื่องจากค้นพบในใบไม้สีเขียวหรือพืชพรรณไม้ต่าง ๆ โดยหากร่างกายได้รับ
กรดฟอลิกน้อยเกินไประหว่างตั้งครรภ์อาจจะส่งผลให้เกิดโรคกระดูก  สันหลังโค้งและมีรอยบุ๋มได้  กรดฟอลิกเกี่ยวข้องกับการสร้าง
และนำโปรตีนไปใช้ประโยชน์  จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด                
           8. ไบโอติน  ไบโอตินเป็นวิตามินบีอีกชนิดหนึ่งในชุดวิตามินบีรวมที่สามารถละลายน้ำได้ดี บางครั้งเรียกว่า "วิตามินเอช"หรือ
 “โคเอนไซม์ อาร์”  ช่วยในการขจัดโรคผิวหนังอักเสบรักษาสภาพของผิวหนัง และเซลล์ประสาท


 >>สนใจสั่งซื้อ Bee Pollen เกสรผึ้ง Clickที่นี้เลย<<
Maximum Antioxidant Formula

Maximum Antioxidant Formula

มีส่วนประกอบของสารที่จะเป็นต่อการต่อต้านอนุมูลอิสระ

>>สนใจสั้งซื้อ Maximum Antioxidant Formula ทางนี้ Click<<

ส่วนประกอบสารอาหารมีดังต่อไปนี้

Maximum Antioxidant Formula

>>สนใจสั้งซื้อ Maximum Antioxidant Formula ทางนี้ Click<<

edit @ 27 Jun 2009 00:08:48 by VitaminWorld