ไบโอติน Biotin หรือ Vitamin H
posted on 17 Apr 2008 10:42 by vitaminworld in VitaminWorld
ไบโอติน [Biotin] หรือ vitamin H
จัดเป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน
บี
แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้
ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล.
สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ
การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ
ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน
เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง
ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ
ไบโอติน ที่มีจำหน่ายโดยมากจะผสมรวมกับวิตามินอื่นๆ ในรูปของวิตามินรวม
เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันการขาดวิตามินโดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะที่ต้องการปริมาณเพิ่มขึ้น
สำหรับประโยชน์ในการรักษา
โดยมากจะนำมารักษาโรคผิวหนังชนิดที่ต่อมไขมันมากเกินไป
ซึ่งมักจะเกิดในเด็กและทารกโดยให้ขนาด 5-10 มก./วัน
ให้โดยการฉีดจะทำให้อาการดีขึ้น
อาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน
ได้แก่ ตับหมู ไตวัว เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด
รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่างๆโดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด
แครอทเป็นต้นค่ะ ส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาผมร่วงนั้น
ประโยชน์ของไบโอตินคือไบโอตินเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อขบวนการเมตาโบลิซึมหรือการเผาผลาญพลังงานจากทั้งคาร์โบไฮเดรต(แป้ง
น้ำตาล) และโปรตีน
ในแต่ละวันร่างกายคนเราต้องการไบโอตินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ถ้าขาดไปขบวนการใช้พลังงานต่าง ๆ ในร่างกายก็ผิดปกติ
และพบว่าคนที่ขาดไบโอตินนั้นจะมีปัญหาเรื่องของผมหงอกก่อนวัย ผมหลุดร่วง
ศีรษะล้าน มีผิวหนังแห้งอักเสบได้ง่าย เล็บเปราะหัก
บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ อาจมีอาการซึมเศร้าได้ด้วย
ร่างกายเราต้องการไบโอตินต่อวันเป็นจำนวนน้อยมาก
แค่100-150ไมโครกรัม (ไมโครกรัมคือ1ในล้านของ1กรัม)
ค่าRDAในประเทศไทยนั้นกำหนดว่าเราควรจะได้รับไบโอตินวันละ150ไมโครกรัมซึ่งดูเหมือนว่าโอกาสที่จะได้รับไบโอตินจากการกินอาหารอย่างเพียงพอไม่น่าจะขาดแคลน
และบางส่วนยังสามารถสังเคราะห์ได์จากแบคทีเรียในลำไส้อีกด้วย
แต่จากการสำรวจอาหารที่คนเรารับประทานพบว่าไบโอตินมีอยู่ในอาหารในปริมาณที่น้อยมากเช่น
- ในตับ 1 ขีด หรือ 100 กรัม จะมีไบโอติน 100 ไมโครกรัม
- ในถั่วเหลือง 100 กรัม จะมีไบโอตินเพียงแค่ 60-70 ไมโครกรัม
- ซีเรียล 100 กรัม จะมีไบโอตินเพียงแค่ไม่ถึง 30 ไมโครกรัม
-
ผลไม้และเนื้อสัตว์ยิ่งมีไบโอตินน้อยมาก ในผลไม้หรือสเต๊คเนื้อ 100
กรัมนั้น จะมีไบโอตินเพียงแค่0.6-2.3 ไมโครกรัมเท่านั้น
คงต้องรับประทานอาหารพวกนี้เป็นปริมาณมากๆถึงจะได้รับไบโอตินเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน
การรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานๆและคนสูงอายุ ก็พบว่าเป็นสาเหตุให้การสังเคราะหไบโอตินในลำไส้ลดลง
ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าคนส่วนหนึ่งอาจจะขาดไบโอตินโดยไม่รู้ตัว
และทำให้มีปัญหาเล็บเปราะฉีกขาดง่าย ผมหงอกก่อนวัย หรือผมไม่แข็งแรง
หลุดร่วงก่อนวัยอันสมควร
และนี่เองคือที่มาของหลักการนำอาหารเสริมวิตามินไบโอตินมารับประทานเพื่อช่วยเสริมให้รากผมแข็งแรง
ป้องกันหรือระงับการหลุดร่วงหรือผมหงอกก่อนวัย
รวมทั้งช่วยให้มีเส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาแข็งแรงกว่าเดิมด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าไบโอตินยังช่วยให้เล็บแข็งแรงในคนที่มีปัญหาเล็บเปราะ
เล็บแตกหักง่าย ในต่างประเทศแนะนำให้รับประทานกันตั้งแต่ 600-2,400
ไมโครกรัม หรือเพียงแค่ 0.6-2.4 มิลลิกรัมเท่านั้น
และรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่เป็นอันตราย
เพราะไบโอตินอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ
หากรับประทานมากเกินไป
ร่างกายจะขับถ่ายออกมาได้เอง
โดยที่ไม่มีการสะสมเป็นส่วนเกินในร่างกายที่สำคัญมีการวิจัยพบว่าเด็กที่มีปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบ
หรือผมร่วงจากการขาดแร่ธาตุไบโอตินนี้
เมื่อได้รับการฉีดไบโอตินวันละ 5-10 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 5,000-10,000 ไมโครกรัมต่อวัน ต่อเนื่องกัน
นานเป็นเดือน
ก็ไม่มีอันตราย แม้จะเป็นเด็กทารกตัวนิดเดียว ดังนั้นการที่คนเราตัวใหญ่ ๆ
รับประทานไบโอตินวันละ 2.4 มิลลิกรัม ก็ไม่น่าจะเป็นอันตราย
โดยสรุปไบโอตินนับเป็นวิตามินหรืออาหารเสริมชนิดหนึ่ง
ที่มีบทบาทต่อการเสริมสุขภาพเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง
ช่วยบรรเทาอาการผมหลุดร่วง ช่วยไม่ให้ผมหงอกไว
และช่วยให้ผู้หญิงที่ผมบางหรือผู้ชายที่ศีรษะล้านมีความหวังใหม่ในการทะนุบำรุงเส้นผมให้มีอายุยืนยาวนานยิ่งขึ้น
แต่ว่าถ้าผมหลุดร่วงจนศีรษะล้านเลี่ยนแล้วรับประทานไบโอตินอย่างเดียวคงไม่ค่อยเห็นผล
คงต้องรับประทานยาอื่น
หรืออาจจะต้องทำการผ่าตัดปลูกเส้นผมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ
คำแนะนำส่วนในเรื่องของราคาแนะนำสอบถามตามร้านขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวโดยตรง

Is there any way to stop hair loss? All About Hair ,hair loss remedies.
url:http://hairlossy.blogspot.com/
#1 By de (124.120.244.139) on 2008-12-01 00:38